MSD HEALTH INFO

กทม.ร่วม 5 มหาวิทยาลัย บริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศล | สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร

(26 ก.ค.61) เวลา 11.00 น. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดกิจกรรมบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา ซึ่งตรงกับวันที่ 28 กรกฎาคม 2561 โดยมี คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ข้าราชการและบุคลากรกรุงเทพมหานคร และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั้ง 5 แห่ง ร่วมกิจกรรม ซึ่งมี นพ.ชาลี วชิรศรีสุนทรา ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ พร้อมคณะผู้บริหาร นำเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลในสังกัดฯ ให้บริการรับบริจาคโลหิตภายในงานฯ ระหว่างเวลา 08.30–14.00 น. ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ 5 มหาวิทยาลัย จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2561 พร้อมทั้งน้อมนำแนวคิดและร่วมสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดโครงการจิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ โดยเชิญชวนประชาชนที่มีสุขภาพดีร่วมทำความดีด้วยการบริจาคโลหิต สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิตในครั้งนี้ ประกอบด้วย ข้าราชการและบุคลากรกรุงเทพมหานคร และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัย 5 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา รวมทั้งสิ้น 300 คน สำหรับหน่วยที่มารับบริจาคโลหิต เป็นโรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร จำนวน 8 โรงพยาบาล ทั้งนี้ปัจจุบันโลหิตที่ได้รับบริจาคในแต่ละวันนั้นยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ป่วย การบริจาคโลหิตเพื่อต่อชีวิตให้แก่เพื่อนมนุษย์ จึงเป็นการทำบุญให้อันยิ่งใหญ่ เพราะโลหิต 1 ยูนิต สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างน้อย 3 ชีวิต ผู้ที่มีสภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ สามารถบริจาคโลหิตได้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกๆ 3 เดือน ผู้บริจาคต้องมีอายุตั้งแต่อายุ 17 – 60 ปี และขยายถึง 70 ปี สำหรับผู้ที่บริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง ส่วนการเตรียมพร้อมสำหรับผู้ที่ประสงค์จะบริจาคโลหิต จะต้องไม่อยู่ระหว่างรับประทานยาแก้อักเสบในระยะ 7 วันก่อนบริจาค ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนวันบริจาคโลหิต ควรนอนพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 6 – 8 ชั่วโมง และรับประทานอาหารเช้าที่ไม่มีไขมันเพื่อไม่ให้เลือดข้นเกินไป ยอดรวมผู้บริจาคโลหิตเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ ทั้งสิ้น 300 ราย จำแนกเป็นผู้บริจาคได้ 193 ราย กรุ๊ป A 42 ราย กรุ๊ป B 55 ราย กรุ๊ป O 77 ราย และกรุ๊ป AB 17 ราย สำหรับผู้บริจาคไม่ได้ จำนวน 107 ราย เนื่องจากท้องเสีย นอนน้อย ดื่มสุรา ทานยาแก้อักเสบ/ตับ งูสวัด โรคประจำตัว และระยะเวลาบริจาคครั้งสุดท้ายยังไม่ครบ 3 เดือน

ที่มา : สํานักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร

Spread the love