MSD HEALTH INFO

กทม.จับมือศิริราช พัฒนาคลินิกผู้สูงอายุ เฉลิมพระเกียรติมหาราชินี | สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร

กทม.จับมือศิริราชพยาบาล พัฒนาคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพ เฉลิมพระเกียรติ 86 พรรษามหาราชินี กทม. ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และสมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย พัฒนาคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ด้วยทรงมีคุณูปการต่อผู้สูงอายุไทย ขยายขอบเขตการให้บริการครอบคลุมทั่วพื้นที่ เพิ่มศักยภาพการค้นพบโรคเรื้อรังในระยะเริ่มแรก (10 ส.ค.61) เวลา 10.30 น. นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานแถลงข่าวโครงการความร่วมมือพัฒนาคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพ กรุงเทพมหานคร – ศิริราชพยาบาล เฉลิมพระเกียรติ 86 พรรษามหาราชินี ร่วมกับศ.ดร.นพ.ประสิทธิ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล โดยมีนพ.พิชญา นาควัชระ รองปลัดกรุงเทพมหานคร ศ.นพ.ประเสริฐ อัสสันตชัย นายกสมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย นพ.ชาลี วชิรศรีสุนทรา ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล สมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมงาน ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการแพทย์ ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และสมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย จัดโครงการความร่วมมือพัฒนาคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพ กรุงเทพมหานคร – ศิริราชพยาบาล เฉลิมพระเกียรติ 86 พรรษามหาราชินี เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีคุณูปการต่อประชาชนผู้สูงอายุไทย โดยการขยายการดำเนินงานของคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพให้ครอบคลุมโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นการพัฒนาขีดความสามารถในการให้บริการคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพในเขตกรุงเทพมหานคร และเพิ่มศักยภาพในการค้นพบโรคเรื้อรังในระยะเริ่มแรกของผู้สูงอายุ โดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลและสมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย จะให้การสนับสนุนข้อมูลทางด้านวิชาการและการวิจัย เพื่อจัดทำคู่มือผู้สูงอายุกำหนดเกณฑ์การประเมินคลินิกผู้สูงอายุในโรงพยาบาลให้มีคุณภาพสูงขึ้น โดยจะนำหลักเกณฑ์ที่ได้ไปจัดทำคู่มือเพื่อให้โรงพยาบาลทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงสถานพยาบาลต่างๆในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ใช้เป็นเกณฑ์ในการพัฒนาคลินิกผู้สูงอายุให้ได้มาตรฐานมีคุณภาพในการให้บริการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในเขตกรุงเทพมหานคร จากนั้นจะขยายการดำเนินงานสู่ศูนย์บริการสาธารณสุขและคลินิกชุมชนอบอุ่น เพื่อร่วมจัดบริการที่มีคุณภาพแก่ผู้สูงอายุต่อไป โดยคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพดังกล่าว จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการค้นพบโรคเรื้อรังในระยะเริ่มแรก ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถพึ่งพาตนเอง และดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัจจุบันประชากรผู้สูงอายุของประเทศไทย มีจำนวน 10,225,322 คน โดยในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุมีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 978,455 คน กรุงเทพมหานครเล็งเห็นความสำคัญของการดูแลสุขภาพของประชากรในพื้นที่ จึงมีนโยบายที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุด้วยการค้นพบโรคเรื้อรังในระยะเริ่มต้น การส่งเสริมฟื้นฟูสมรรถภาพให้สามารถพึ่งตนเอง และช่วยเหลือสังคมได้ สร้างโอกาสให้ผู้สูงอายุประกอบกิจกรรมร่วมกัน สร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้สูงอายุได้ตระหนักถึงคุณค่าของตนเอง ในช่วงที่ผ่านมา กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการแพทย์ร่วมกับสมาคมพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุไทย ได้มีการพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพระดับโรงพยาบาล ตามเกณฑ์คุณภาพดังกล่าวมาแล้วระยะหนึ่ง และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีคุณูปการต่อผู้สูงอายุไทย ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุมาโดยตลอด จึงมีโครงการขยายการดำเนินงานของคลินิกผู้สูงอายุคุณภาพให้ครอบคลุมโรงพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า สัดส่วนผู้สูงอายุในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น และจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ในปี 2563-2564 นั่นคือประชากรมีอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งผู้ป่วยสูงอายุมีลักษณะเฉพาะที่ต่างจากผู้ป่วยผู้ใหญ่ทั่วไป เช่น หกล้ม ไม่เดิน ความสามารถทางสมองเสื่อมถอย เป็นต้น ซึ่งระบบการดูแลสุขภาพของประเทศไทยในปัจจุบัน ไม่สามารถตอบสนองต่อความจำเป็นและความต้องการในด้านการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ จึงจำเป็นต้องมีคลินิกผู้สูงอายุ ซึ่งมีบทบาทไม่เพียงแค่ด้านการวินิจฉัยโรค การรักษาโรค แต่ต้องผนวกเรื่องการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การฟื้นฟูบำบัด ตลอดจนการคำนึงถึงปัจจัยด้านสังคม

ที่มา : สํานักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร

Spread the love